วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โรงเรียนสอนธุรกิจ

" ธุรกิจเครือข่าย นี้คืออะไร ทำไมคนจึงหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมากมาย ? "

ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ว่าแต่ว่าคุณจะปฏิเสธที่จะเรียนรู้มันด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยทราบมาก่อน หรือไม่ เมื่อพูดถึงการทำการค้า หลายคนนึกถึงว่าต้องใช้เงินทุนมาก, ต้องจ้างแรงงานจำนวนมาก, ต้องผลิตสินค้า, ต้องมีโรงงาน, ต้องมีทำเลหน้าร้าน ฯลฯ จึงจะทำให้พวกเรา
ส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองสักที เพราะขาดเงินทุน ขาดคนมีฝีมือที่ไว้วางใจได้ ณ.วันนี้ธุรกิจที่ทุกคนมีสิทธิ์ทำให้ฝันของตนเป็นจริงได้เกิดขึ้นแล้ว เราเรียกว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร ?

ธุรกิจเครือข่าย เป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้า ของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำ ธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตน เป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ ผู้บริโภค

เมื่อเกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณา ได้มาก ซึ่งบริษัทจะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้ไปใช้ทำการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับ ผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ จาก
ระบบการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบใหม่ นอกเหนือจากการที่จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวในระบบธุรกิจแบบเดิม

โดยการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค ที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการ ตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัด
จำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ
2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้น ไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

โอกาสการเปลี่ยนแปลงชีวิตสู่การมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก เล่มที่ 2 “Cashflow Quadrant” หรือ “เงินสี่ด้าน” ของ Robert T. Kiyosaki ได้กล่าวไว้ว่า คนในโลกแบ่งตามที่มา ของรายได้ที่เขาได้รับออกเป็น 4 ด้านคือ
ด้านที่ 1 ) ลูกจ้าง ( Employee ) คือผู้ที่มีรายได้จากค่าจ้าง, เงินเดือน
ด้านที่ 2 ) ธุรกิจส่วนตัว ( Self – employed ), เจ้าของกิจการขนาดเล็ก ( Small Business owner ) คือผู้ที่มีรายได้จากกิจการของตนเองโดยเจ้าของกิจการจะต้องเป็นผู้ลงมือทำ หรือ ดูแลด้วยตนเอง
ด้านที่ 3 ) เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ( Business owner ) คือผู้ที่มีรายได้จากทรัพย์สินของตน, โดยใช้เวลาและแรงงานของผู้อื่นสร้างรายได้ให้กับตน
ด้านที่ 4 ) นักลงทุน ( Investor ) คือ ผู้ที่ใช้เงินทำงานแทนตนเอง เพื่อสร้างผลตอบแทนหรือรายได้ให้กับ ตนโดยไม่ต้องทำเองหากดูจากนิยามที่มาของรายได้ดังกล่าวจะสามารถแบ่งคนในโลก ออกได้เป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ

โอกาสที่ดีที่สุดอยู่ที่การตัดสินใจเลือกทางเดินของคุณ
ในทุกๆเช้าของวันใหม่ที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเรายังต้องดำเนินชีวิตในรูป แบบที่เหมือนๆกับทุกๆวันที่ผ่านมา คือต้องตื่นแต่เช้า ออกจากบ้าน ผจญกับปัญหาจราจร เพื่อไปให้ทันเข้างาน ตอกบัตรเข้าทำงาน แล้วก็ทำงานตามภาระรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย พบเจอกับความเครียดต่างๆในการทำงาน ตอนเย็นเลิกงาน ตอกบัตรออก ผจญกับปัญหาจราจรอีกครั้ง กลับถึงบ้าน แล้วก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเตรียมพบกับวันใหม่ที่ดำเนินชีวิตในรูปแบบเดิมๆ เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน เราเคยสังเกตบ้างหรือไม่เราทำสิ่งเหล่านี้เพื่ออะไร? เพื่อที่จะให้สามารถดำรงชีวิตผ่านไปได้วันๆหนึ่งเท่านั้นเองหรือ ? เราต้องการชีวิตที่เป็นแบบนี้จริงๆหรือ ? ผมเชื่อมั่นว่าคนเราทุกคนมีความฝัน อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน แล้วทำไมไม่ลองหาทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบ ใหม่ในแบบที่คุณอยากเป็น
มีสุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เดินทางร้อยลี้ต้องมีก้าวแรก” หากคุณต้องการเริ่มต้นสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต ด้วยเส้นทางที่สามารถสร้างความฝันของคุณให้เป็นจริงได้ ภายในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไป ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดเส้นทางหนึ่ง ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเสมอ หลังจากนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ เมื่อคุณได้มีโอกาสอ่านเอกสารฉบับนี้แล้ว และต้องการจะใช้โอกาสที่ดีนี้เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินและเวลาให้กับตัว คุณเองและคนที่คุณรัก ผู้ที่แนะนำคุณให้อ่านเอกสารฉบับนี้พร้อมเสมอที่จะช่วยคุณสร้างความฝันให้ เป็นจริง เพียงคุณมีความเชื่อมั่นและเดินตามความเชื่อในหัวใจของคุณ ทุกสิ่งที่คุณปารถนาย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน

ธุรกิจเครือข่ายดีอย่างไร
+ มีความอิสระในการทำงาน ไม่ต้องมีใครคอยควบคุมการทำงาน สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการบังคับ หรือผลักดันให้มุ่งมั่นในการทำงาน คือเป้าหมาย
+ รายได้ดี ขยันมากย่อมมีโอกาสทางรายได้สูง ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ธุรกิจเครือข่ายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถช่วยให้ความต้องการ หรือความฝันบรรลุเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้
+ เป็นมิตรกับคนทั่วไป เป็นบุคคลพิเศษ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี มีมนุษยสัมพันธ์ อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ ความสุภาพอ่อนโยน ยิ้มแย้ม และรู้จักยืดหยุ่น
+ รอบรู้รอบด้าน เนื่องจากต้องพบปะบุคคลต่าง ๆอยู่เสมอ ทำใหรู้รอบด้าน จากหลักการที่ว่าการนั่งในหัวใจคู่สนทนาก็คือ สนทนาในเรื่องที่เขาชอบ หรือสนใจนั่นเอง
+ ได้ประสบการณ์สูง ประสบการณ์ตรงที่ได้รับจากการทำงาน การติดต่อผู้อื่น ความสามารถเฉพาะตัว มีหูตากว้างขวาง มีความทะเยอทะยานในการดำเนินชีวิต
+ มีโอกาสก้าวหน้าเร็ว แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีฝีมือ และมีฝีปาก เป็นอาชีพนึ่งที่มีโอกาสก้าวหน้าเร็วกว่าอีกหลาย ๆ อาชีพ ในขณะหลาย ๆ อาชีพ ต้องอาศัย รูปร่าง ส่วนสัด ความสวย ความงาม หรือพรสวรรค์ในการสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเอง
+ ได้ใช้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ การท้าทายความสามารถของตนเอง ซึ่งเป็นการดึงความสามารถของตนออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และสมบูรณ์ การได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ย่อมทำให้ มีคุณสมบัติพิเศษ คือความอดทน อดกลั้น มิฉะนั้นจะอดกิน
+ ได้รับความสำเร็จ เงิน รางวัล ชื่อเสียง เกียรติยศ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ สามารถลิขิตชีวิตตนเองได้ ถึงแม้จะเลือกเกิดไม่ได้ก็ตาม
+ ทำให้บุคลากรในประเทศมีงานทำ เพราะทุกคนมีงานทำไม่เลือกงาน ไม่เกิดปัญหาการว่างงาน เป็นการลดภาระทางสังคมอันจะทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง เมื่อนักธุรกิจเครือข่ายมั่งมี

ธุรกิจ MLM หรือ ธุรกิจเครือข่าย คืออะไร

ธุรกิจ MLM หรือ เครือข่าย เป็น ธุรกิจที่ดีและน่าสนใจ บริษัทที่เข้ามาประกอบธุรกิจมีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และมีจริยธรรมในการบริหาร ส่วนผู้ดำเนินธุรกิจเข้าใจแบบแผน หรือ รูปแบบของความสำเร็จ เพราะ ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่
+ ถือว่าผู้ดำเนินธุรกิจเป็นนายตนเอง
+ มีโอกาสของรายได้สูง โดยไม่กระทบ หรือขัดแย้งกับงานประจำ
+ มีรายได้ต่อเนื่องเป็นมรดกตกทอดได้
+ มีอิสระ มีเวลา
+ เงินลงทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือพูดเก่ง
+ สามารถมีรายได้จาก เลข 6 หลักขึ้นไปภายในระยะเวลาอันสั้น
+ มีเวลา และโอกาสเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ
+ ได้พัฒนาบุคลิกภาพ การพูด การเข้าสังคมอยู่ตลอดเวลา
+ ได้อยู่ในสังคมที่คอยช่วยเหลือกัน
+ เริ่มก่อนย่อมมีโอกาสสำเร็จก่อน

กระแสของธุรกิจ MLM หรือ ธุรกิจเครือข่าย

ด้วย ปัจจัยการแข่งขัน ย่อมต้องมีการใช้กลยุทธ์ ในการหาโอกาสผลักดันสินค้าให้กับผู้ใช้ โดยจ่ายค่าโฆษณาน้อยที่สุดจึงไม่มีอะไรทำได้ไปกว่าการนำแผนการตลาดแบบเครือ ข่าย MLM มาใช้ จึงเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิเสธความร่ำรวย ความยากจนไม่ได้เป็นพันธุกรรมหรือเป็นกรรมพันธุ์ หาก เราเกิดมาต้องการใช้ชีวิตของตนเองให้เกิดมาอย่างมีคุณค่าหรือจะทำงานที่ยาก และลำบากก็น่าจะทำงานที่ยากลำบากอย่างสร้างสรรค์ขอเชิญท่านหันหน้ามาอย่าง ร่าเริงกับธุรกิจเครือข่าย MLM เพื่ออิสรภาพทางการเงินและการใช้ชีวิตอย่างเสรีดีไหมครับ

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หนูกัดเหล็ก

เรื่องหนูกัดเหล็ก

ครั้งหนึ่งนาน มาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งมีลูกชายเป็นคนไม่รักดี ได้แต่ใช้จ่ายทรัพย์
เที่ยว กิน เล่น เลี้ยงเพื่อนฝูง ไม่นึกทำมาหากิน พ่อแม่จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร
ก็ไม่เชื่อฟัง

ในที่สุดเศรษฐี ก็ตรอมใจตาย แต่ก่อนตาย ได้เอาเงินกับทองใส่ตุ่มอย่าง
ละตุ่มฝังไว้ และด้วย ความดีที่ได้กระทำมา ส่งผลให้ เศรษฐี
ไปเกิดเป็น เทวดา

ฝ่ายลูก เศรษฐี เมื่อพ่อแม่ตายแล้วก็ยิ่งกำเริบ ใช้เงิน เลี้ยงเพื่อน
เที่ยวเตร่เสเพล ไม่นานเงินก็หมด เพื่อน ฝูงที่เคยล้อมหน้าล้อมหลั
ก็หายหน้าไปทีละคน

เมา...อะ

อยู่มา วันหนึ่งเพื่อนชวนไปกินเลี้ยงกันตามเคย โดยสั่งลูก เศรษฐีตกยากว่า
ถ้าคิดจะไปกินเลี้ยง ก็ให้เอาไก่ ไปร่วมในการกินเลี้ยงด้วยหนึ่งตัว
ลูกเศรษฐีอยากกินเลี้ยง มาก ถึงแม้จะไม่ มีเงินแล้ว ก็ยังขวนขวายหาไก่
ได้ตัวหนึ่ง จึงจัดการลวกน้ำร้อนถอน ขน แล้วผูกห่อใบตองเตรียมที่ จะไป
ร่วมงานกินเลี้ยง

ครั้นเดินมา ตามทาง เพราะ ความเหนื่อยจึงแวะพักใต้ต้นไม้ข้าง ทาง
แล้ว ม่อยหลับไป บังเอิญ มีอีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้นั้น ได้กลิ่น
เนื้อ โชยมาจากใบตอง จึงบิน โฉบลงมาคาบห่อใบตองไป
เขาจึง ต้องไปงานกินเลี้ยงมือเปล่า

กา...กา...

พอถึงบ้าน เพื่อนที่นัดกินเลี้ยงก็เล่าให้เพื่อนฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อในคำพูดของ เขาเลย
ต่างคิดว่าเขาคงไม่มีปัญญาหาไก่มา จึงกุเรื่องแก้เก้อ แถมยังพูดจาเยาะเย้ยถากถาง
ว่า ไม่มีปัญญาหาไก่มา แล้ว ยังไปโทษอีกาอีก
ลูกเศรษฐีทั้งเจ็บทั้งอายตัดสินใจไม่ร่วม วงกินเลี้ยง ด้วย รีบเดินทางกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน แล้วก็ยังน้อยใจไม่หาย นึกถึงความหลังที่ตนมั่งมีเงินทอง ผู้คนล้อมหน้า
ล้อมหลัง เสียใจกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายก็ผ่ายผอมลง

ฝ่ายเทวดาพ่อ แม่เห็นอาการของลูกก็ อดสงสารเสียมิได้ จึงมา เข้าฝันลูกว่า

'นั่นแหละ ลูกเอ๋ย เมื่อพ่อ แม่ยังอยู่ ก็ได้สอนเจ้านักหนาเรื่องการใช้เงินทอง
เมื่อยามลำบากยาก จน ใครเขาจะมานับถือ พูดจริงก็เป็นหลอก ไปได้ ขอให้เจ้ารู้สึกตัวและทำตัวเสียใหม่ พ่อแม่จะช่วย'

เข้าฝัน

ในฝันนั้น เองลูกเศรษฐีก็คิดได้ จึงสัญญากับพ่อแม่ว่า ต่อไปจะเลิก ความประพฤติเดิม
จะตั้งใจทำมาหากิน เลี้ยงตัวให้ มีเงินพอ จะไม่ให้ใครมาดูถูกได้อีกต่อไป
เมื่อเทวดา พ่อแม่ได้รับคำสัญญาจากลูกเช่นนั้นก็พอใจยิ่งนัก เมื่อลูก สัญญาว่าจะกลับตัว
เป็นคนดีจึงได้บอกที่ซ่อนตุ่มเงินและตุ่มทองให้ ใน ฝันนั้นเอง

silver

พอตื่นขึ้นมาลูกเศรษฐีก็รีบไปขุดหาตุ่มเงินตุ่มทอง ก็พบจริงตามฝัน จึงนำเงินในตุ่มมาทำทุนตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ไม่นานก็กลับฟื้น ตัว
พอมีฐานะขึ้นอีก เพื่อนที่เคยหนี หาย ก็เริ่มกลับมาคบหาเพิ่มขึ้นทุกวัน

gold

ลูก เศรษฐียังจำวันที่เพื่อนฝูงเยาะเย้ยได้ไม่ลืม วันหนึ่งลูกเศรษฐีเห็นได้โอกาส จึงชวนเพื่อน
มากินเลี้ยงกันอีกเหมือนเมื่อยังร่ำรวยหนก่อน เพื่อนฝูงต่างก็มากันพร้อมหน้าพร้ อมตาขณะที่
กิน เลี้ยงอย่างครึกครื้นเฮฮาอยู่นั้น ลูกเศรษฐีได้นำมีดเหี้ยนๆ เล่มหนึ่งมาให้เพื่อนดู
พลาง พูดขึ้นว่า

'อัศจรรย์ จริงๆ มีดเล่มนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ แท้ๆ ทิ้ง ไว้คืนเดียวหนูมากัดเสียจนเหี้ยนหมดเหลือเท่านี้เอง'

เพื่อนฝูงทั้ง หลายเมื่อได้ยินก็รับคำเชื่อตามคำพูด บางคนก็ประสมโรงพูดว่า
'
จริงเหมือนเพื่อนว่าหนูมันร้ายนัก มีดของเราก็เคยโดนเหมือนกัน เหี้ยนเหมือนอย่างนี้ไม่มีผิด'
เพื่อนคนอื่นก็พูดว่า 'ใช่ๆ' คนละคำสองคำ

เชื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่หนูมันกัดลูก เศรษฐีเมื่อได้ยินดังนั้น ก็คิดได้ว่า
'ยามเมื่อเรายากจนคนดู ถูก ถ้อยคำที่พูดไม่มีน้ำหนัก ถึงพูดความจริงก็ยัง ไม่มีคนเชื่
แต่เมื่อยามมั่งมีเงินทอง จะ พูดอย่างไรจริงหรือ เท็จไม่สำคัญ คน ย่อมยอมรับเชื่อถือ'

ยามมั่งมี
ยามมัวหมอง
ยามไม่มี
ยามมอดม้วย

มาก มาย
มิตรมอง
มิตรเมิน
หมูหมา

มิตร หมายมอง
เหมือนหมู หมา
ไม่มองมา
ไม่มามอง